Showing posts with label ลพบุรี. Show all posts
Showing posts with label ลพบุรี. Show all posts

พระนารายณ์ราชนิเวศน์ จังหวัดลพบุรี

โดย ปิยะกมล มหิวรรณ

ในบรรดาพระราชวังโบราณที่สวยงามและยิ่งใหญ่ของไทย หากไม่นึกถึงพระนารายณ์ราชนิเวศน์ หรือวังนารายณ์ก็คงไม่ได้ เพราะได้ชื่อว่าเป็นแวร์ซายแห่งลพบุรี ที่โดดเด่นด้วยศิลปกรรมไทยสองสมัย นับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่ไม่ควรพลาดอีกแห่งหนึ่งเมื่อมีโอกาสได้ไปเที่ยวที่จังหวัดลพบุรี

พระราชวังนี้สร้างขึ้น ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ถือเป็นราชธานีแห่งที่สองในรัชสมัยของพระองค์ สำหรับใช้เป็นที่ประทับ เมื่อสมเด็จพระนารายณ์มหาราชเสด็จสวรรคต วังแห่งนี้ก็ถูกทิ้งร้างมายาวนาน จนกระทั่งสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้โปรดเกล้าฯให้บูรณะ พร้อมทรงพระราชทานนามพระราชวังว่า "พระนารายณ์ราชนิเวศน์"

พระนารายณ์ราชนิเวศน์ ตั้งอยู่ในเขตตำบลท่าหิน อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี มีพื้นที่ทั้งหมด 42 ไร่ ด้านหน้าพระราชวังจะหันเข้าหาตัวเมือง ด้านหลังจะติดกับแม่น้ำลพบุรี ปัจจุบันได้จัดพื้นที่บางส่วนภายในวังให้เป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์


ประตูทางเข้าพระราชวัง

สิ่งก่อสร้างสำคัญภายในพระราชวัง จะแบ่งออกเป็น 3 เขต ได้แก่ เขตพระราชฐานชั้นนอก ซึ่งจะเป็นอาคารที่สร้างในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชทั้งหมด เขตพระราชฐานชั้นกลาง ซึ่งมีพระที่นั่งในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช 2 องค์และพระที่นั่งในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว 4 องค์ และเขตพระราชฐานชั้นใน จะมีพระที่นั่งในสมัยสมเด็จพระนารายณ์เพียงพระองค์เดียว ปัจจุบันสิ่งก่อสร้างในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ฯ ส่วนใหญ่จะอยู่ในสภาพที่ไม่สมบูรณ์ โดยในแต่ละเขตพระราชฐานมีสิ่งก่อสร้างที่สำคัญ ดังนี้

ตึกรับรองคณะทูตต่างประเทศ ในเขตพระราชฐานชั้นนอก บันทึกของชาวฝรั่งเศสกล่าวว่า ตึกหลังนี้อยู่กลางอุทยาน ซึ่งแบ่งเป็นช่องสี่เหลี่ยมจัตุรัส รอบตึกมีคูน้ำล้อมรอบ ภายในคูน้ำมีน้ำพุพุ่งเรียงรายได้ ระยะยาว 20แห่ง สมเด็จพระนารายณ์ฯได้ พระราชทานเลี้ยงแก่คณะทูตจากประเทศฝรั่งเศส ณ สถานที่นี้


ตึกเลี้ยงรับรองแขกเมือง

พระที่นั่งจันทรพิศาล ในเขตพระราชฐานชั้นกลาง เป็นหอประชุมองคมนตรีในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ ซึ่งสร้างทับลงไปบนรากฐานเดิมของพระที่นั่งของพระราเมศวร โอรสองค์ใหญ่ของพระเจ้าอู่ทอง ได้ทรงสร้างเมื่อครั้งครองเมืองลพบุรี พระที่นั่งองค์นี้ถือเป็นสถาปัตยกรรมแบบไทยแท้ ภายหลังเมื่อได้สร้างพระที่นั่งสุทธาสวรรย์ขึ้น สมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงย้ายไปประทับที่พระที่นั่งองค์ใหญ่


พระที่นั่งจันทรพิศาล
ที่มา : http://www.taradplaza.com/

หมู่พระที่นั่งพิมานมงกุฏ ในเขตพระราชฐานชั้นกลาง สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประทับของรัชกาลที่ 4 เมื่อครั้งเสด็จบูรณะเมืองลพบุรี ประกอบด้วยพระที่นั่ง 4 องค์ คือ พระที่นั่งพิมานมงกุฎ เป็นที่ประทับ พระที่นั่งวิสุทธิวินิจฉัย เป็นท้องพระโรงเสด็จออกว่าราชการแผ่นดิน พระที่นั่งไชยศาสตรากร เป็นที่เก็บอาวุธ และพระที่นั่งอักษรศาสตราคม เป็นที่ทรงพระอักษร ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสมเด็จพระนารายณ์ มีรูปแบบของความทันสมัยและยังมีสภาพสมบูรณ์


หมู่พระที่นั่งพิมานมงกุฏ
ที่มา : http://2g.pantip.com/cafe/

พระที่นั่งสุทธาสวรรย์ ในเขตพระราชฐานชั้นใน เป็นพระที่นั่งสำคัญที่สุด เนื่องจากเป็นที่ประทับของสมเด็จพระนารายณ์ฯ พระองค์ทรงเสด็จสวรรคต ณ พระที่นั่งองค์นี้ เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2231 ปัจจุบันเหลือร่องรอยความสวยงามให้เห็นเพียงฐานของพระที่นั่งเท่านั้น


พระที่นั่งสุทธาสวรรย์
ที่มา : http://2g.pantip.com/

หมู่ตึกพระประเทียบ ในเขตพระราชฐานชั้นใน เป็นตึกชั้นเดียว 2 หลัง ก่อด้วยอิฐปูน 2 ชั้น มี 8 หลัง สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่พักของข้าราชการฝ่ายในที่ตามเสด็จรัชกาลที่ 4 เมื่อครั้งเสด็จประพาสที่เมืองลพบุรี ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของพิพิธภัณฑ์ ใช้จัดแสดงศิลปวัตถุท้องถิ่นและวิถีชีวิตคนไทยภาคกลาง


หมู่ตึกพระประเทียบ
ที่มา : http://2g.pantip.com/

นอกจากนั้นยังมีตึกอาคารสำคัญๆ อีกมากมายภายในพระนารายณ์ราชนิเวศน์แห่งนี้ที่ไม่สามารถจะนำมากล่าวถึงได้ทั้งหมด รอให้ทุกท่านได้มาเยี่ยมชมศึกษาด้วยตนเองกันนะคะ  สำหรับการเดินทางมายังพระนารายณ์ราชนิเวศน์โดยทางรถยนต์ หากมาจากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) ผ่านจังหวัดสระบุรี อำเภอพระพุทธบาท เข้าสู่จังหวัดลพบุรี ระยะทาง 153 กิโลเมตร หรือจะเลือกเดินทางโดยรถโดยสารและรถไฟก็มีให้บริการทุกวัน พระนารายณ์ราชนิเวศน์  เปิดให้เราเข้าชมทุกวัน ระหว่างเวลา 08.30-17.00 น. ส่วนพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์ เปิดให้เราเข้าชม ตั้งแต่เวลา 8.30-16.30 น. หยุดวันจันทร์-วันอังคารและวันหยุดนักขัตฤกษ์ โดยเสียค่าเข้าชม ชาวไทยคนละ 10 บาทและชาวต่างประเทศ 30 บาท

กล่าวได้ว่าพระนารายณ์ราชนิเวศน์ สถานที่ที่เคยเป็นที่ประทับของกษัตริย์ผู้ทรงอำนาจแห่งอาณาจักรอยุธยา เป็นสิ่งก่อสร้างที่งดงามและยิ่งใหญ่ที่สุดคู่เมืองลพบุรี เป็นมรดกอันล้ำค่าทางประวัติศาสตร์ บอกเล่าถึงเรื่องราวในอดีตได้เป็นอย่างดี ดังนั้นคนรุ่นหลัง ควรที่จะเข้ามาเยี่ยมชมโบราณสถานนี้ด้วยความเคารพและภูมิใจในประวัติศาสตร์ชาติไทย




อ้างอิง

คู่มือท่องเที่ยวลพบุรี. (ม.ป.ป.). (ออนไลน์). สืบค้นจาก : http://thai.tourismthailand.org. [5 กันยายน 2558]

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสมเด็จพระนารายณ์. (ม.ป.ป.).  (ออนไลน์). สืบค้นจาก : http://www.paiduaykan.com/province/central/lopburi/pranaraimuseum.html. [9 กันยายน 2558]

ลพบุรี. (2542). กรุงเทพฯ : สารคดี

วัลลภา รุ่งศิริแสงรัตน์. (2539). ลพบุรี อดีต-ปัจจุบัน. พิมพ์ครั้งที่2. กรุงเทพฯ : ไทยวัฒนาพานิช

อ่านเพิ่มเติม »

พระปรางค์สามยอด จังหวัดลพบุรี

โดย รุ้งตะวัน ทุมสิทธิ์

พระปรางค์สามยอดเป็นโบราณสถานที่มีความสำคัญมากของจังหวัดลพบุรี เป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไป เพราะเมื่อถามถึงจังหวัดลพบุรีคาดว่ามากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์จะคิดถึงศาลพระกาฬ พระปรางค์สามยอด และงานโต๊ะจีนลิง  องค์พระปรางค์สามยอดอยู่ฝั่งตรงข้ามกับศาลพระกาฬ จึงเป็นโบราณสถานที่เมื่อนักท่องเที่ยวแวะมาไหว้เคารพสักการะเจ้าพ่อพระกาฬแล้วต้องแวะมาเที่ยวปรางค์สามยอดกันทุกคน

แต่ก่อนอื่นๆ เรามาทำความรู้จักความสำคัญของเมืองลพบุรีกันก่อน ลพบุรีหรือชื่อดั้งเดิมคือ เมืองละโว้ เป็นเมืองแห่งความหลากหลายและต่อเนื่องทางวัฒนธรรมมายาวนานกว่า 3,000 ปี ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์จนถึงปัจจุบัน ตั้งแต่สมัยทวาราวดี (พุทธศตวรรษที่ 11-16) ลพบุรีได้ตกอยู่ใต้อำนาจมอญและขอมจนกระทั่งในตอนต้นของพุทธศตวรรษที่ 19 คนไทยจึงเริ่มมีอำนาจขึ้นในดินแดนแถบนี้ หลังจากนั้นมาเมืองลพบุรีได้ลดความสำคัญลงไป จนกระทั่งมาถึงสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช (พ.ศ. 2199-2213) ลพบุรีได้รับการทำนุบำรุงครั้งใหญ่ สืบเนื่องมาจากการคุกคามของชนชาติฮอลันดาที่ติดต่อค้าขายกับไทย ทำให้สมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงสร้างเมืองลพบุรีเป็นราชธานีแห่งที่สองขึ้น เพราะลพบุรีมีลักษณะทางยุทธศาสตร์เหมาะสมในการป้องกันพระนคร โดยได้รับความช่วยเหลือจากช่างชาวฝรั่งเศสและอิตาลี อีกทั้งพระองค์ยังได้ประทับอยู่ที่ลพบุรีเป็นส่วนใหญ่ และโปรดให้ทูตและชาวต่างประเทศเข้าเฝ้าพระองค์ที่เมืองนี้หลายครั้ง


ที่มา: http://www.unseentravel.com/

ส่วนพระปรางค์สามยอด ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองลพบุรี ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าหิน อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี บนเนินดินด้านตะวันตกของทางรถไฟ ใกล้กับศาลพระกาฬ มีลักษณะเป็นปรางค์เรียงต่อกันสามองค์ สูงประมาณ 15 เมตร  ทั้งปรางค์สามองค์มีทางเดินเชื่อมต่อกันโดยตลอด เป็นศิลปะเขมรแบบบายน ปัจจุบันเครื่องประดับที่หุ้มจะร่วงลงมาบ้างบางส่วนแต่ก็ยังสามารถสังเกตได้ว่าการประดับภายนอกของปรางค์มีการจัดทำด้วยความประณีต ซึ่งมีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 18 ด้านในองค์พระปรางค์ทั้งสามยอด  เดิมได้โบกปูนไว้อย่างประณีตเหมือนด้านนอก  ปัจจุบันปูนเหล่านั้นได้ถูกกะเทาะออกเกือบหมดแล้ว  ภายในองค์ปรางค์ สมเด็จพระนารายณ์มหาราช โปรดฯ ให้อัญเชิญพระพุทธรูปศิลาปางสมาธิขนาดใหญ่มาประดิษฐาน ซึ่งเป็นศิลปะแบบสมัยอยุธยาตอนต้น  อายุราวพุทธศตวรรษที่ 20 มาประดิษฐานไว้ด้วย

พระปรางค์สามยอดนี้สันนิษฐานว่าแต่เดิมเป็นเทวสถานของขอมในพุทธศาสนาลัทธิมหายาน ปรางค์องค์กลางมีฐานแต่เดิมเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปและมีเพดานไม้เขียนลวดลายเป็นดอกจันทน์สีแดง องค์ขวาประดิษฐานพระพุทธรูปพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร องค์ซ้ายประดิษฐานรูปนางปรัชญาบารมิตาหรือนางปัญญาบารมี ชายาของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ต่อมาได้ดัดแปลงเป็นเทวสถาน สังเกตได้โดยจะมีฐานศิวลึงค์ปรากฏอยู่ในองค์ปรางค์ทั้งสามองค์ ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช จึงได้บูรณะปฏิสังขรณ์พระปรางค์สามยอดให้เป็นวัดในพุทธศาสนา แล้วสร้างพระวิหารก่อด้วยอิฐ ลักษณะสถาปัตยกรรมแบบอยุธยาผสมแบบยุโรป ในส่วนของประตูและหน้าต่าง ภายในวิหารประดิษฐานพุทธรูปหินทรายปางมารวิชัย ศิลปะในสมัยอยุธยาตอนต้น ปัจจุบันเหลือแต่รอยฐานที่ก่อขึ้นสำหรับไว้พระพุทธรูปเท่านั้น

รูปทรงของพระรางค์มีลักษณะป้อมๆ มีผู้เปรียบว่าปรางค์สามยอดมีลักษณะเหมือนงาช้างแรกงอกหรือหัวปลีหงาย รอบๆองค์พระปรางค์มีลวดลายปูนปั้นที่ประณีตงดงาม ถ้าสังเกตลวดลายปูนปั้นให้ดีจะเห็นว่ามีความแตกต่างของฝีมือช่าง คือ ลวดลายที่อยู่ตอนบนเป็นลายละเอียดนูนและลึกมาก เข้าใจว่าเป็นฝีมือดั้งเดิม ส่วนตอนล่างๆ เป็นลายบางๆ ไม่นูนและลึกมาก เข้าใจว่าเป็นการซ่อมเสริมสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ตรงซุ้มประตูเดิมมีทับหลัง แต่ที่เหลือในปัจจุบัน คือ เสาประดับกรอบประตูแกะสลักเป็นรูปฤๅษีนั่งชันเข่าในซุ้มเรือนแก้ว ซึ่งเป็นแบบเฉพาะของเสาประดับกรอบประตูศิลปะเขมรแบบบายน นอกจากนั้นยังมีลวดลายการตกแต่งส่วนต่างๆ ที่งดงาม เช่น

ลวดลายประดับส่วนยอดหรือศิขระ สร้างด้วยหินทรายเป็นรูปบัวคว่ำบัวหงายซ้อนกัน 3 ชั้น ถัดลงมาเป็นการยกเก็จสามเก็จตรงด้านและมุมประดับ ด้วยกลีบขนุนทำจากศิลาแลง และบางส่วนทำจากปูนปั้นเป็นรูปบุคคลยืนอยู่ในซุ้มเรือนแก้ว


ที่มา : http://www.oknation.net/

บัวรัดเกล้าเรือนธาตุ ประกอบไปด้วย แถวบนสุดเป็นลายดอกไม้กลม ถัดลงมาปั้นปูนเป็นรูปกลีบบัวหงาย แถวถัดลงมาเป็น ลายดอกซีกดอกซ้อน รูปหงส์ ลายกลีบบัวหงาย ลายก้านขด และดอกบัวตูม เรียงเป็นแถว ลวดลายละ 1 แถวรวมเป็น 3 แถว จบด้วยลายกรวยเชิงเป็นรูปเกียรติมุข (หน้ากาล) คายเฟื่องอุบะ

ตอนกลางของเรือนธาตุ  มีลายปูนปั้นประดับเป็นลายก้านขดที่แถวบนสุด ถัดลงมาเป็นบัวฟันยักษ์คว่ำ หน้ากระดานเป็นลายกระจังประกอบกัน เป็นลาย กากบาทแทรกด้วยลายประจำยามลายเล็กและลายดอกซีกดอกซ้อน ถัดลงมาเป็นลายกลีบบัวหงาย ลายกระหนกวงโค้ง ลายดอกบัว ตอนล่างสุดเป็นลายกรวยเชิงตามลำดับ


ที่มา : http://www.oknation.net/

บัวเชิงเรือนธาตุ ด้านบนสุดเป็นรูปใบหน้าของชาวจามที่เป็นศัตรูกับชาวเขมรที่ถูกประดิษฐ์เป็นใบหน้าของยักษ์ประกอบกับลายกรวยเชิง อันเป็นที่ นิยมมากในศิลปะแบบบายนของกัมพูชา ถัดลงมาเป็นลายดอกบัว สันลูกแก้วอกไก่เป็นลายรักร้อย และบัวฟันยักษ์คว่ำ ลายก้านขด และดอกซีกดอกซ้อน ลายละหนึ่งแถวตามลำดับ นับเป็นร่องรอยความงดงามแห่งอดีตที่หลงเหลือมาให้พวกเราได้ศึกษาเรียนรู้กัน


ที่มา : http://www.oknation.net/

ผู้ใดที่สนใจอยากมาเที่ยวชนพระปรางค์สามยอดสามารถเดินทางมาได้ เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 07.00-17.00 น. เว้นวันจันทร์และอังคาร มีค่าธรรมเนียมเข้า คนไทยท่านละ 10 บาท ชาวต่างชาติคนละ 30 เท่านั้นในบริเวณข้างๆมีอาหารลิงจำหน่ายเป็นพวกถั่ว และกล้วยบริการ ในบริเวณปรางค์สามยอดนั้น เป็นบริเวณที่มีลิงเต็มไปหมดและก็จะมีนักท่องเที่ยวที่ซื้ออาหารมาฝากลิงเหล่านี้เป็นประจำ  ให้อาหารลิงอย่างใกล้ชิด อาหารพวกนมเปรี้ยว นมหวานเป็นอาหารที่ลิงชอบกินมากๆ และก็นับได้ว่าเป็นสีสันอีกอย่างหนึ่งในการมาเที่ยวจังหวัดลพบุรี

ผู้ที่ได้มาเยือนเมืองลพบุรี ควรต้องมาสัมผัสกับความวิจิตรพิสดารของพระปรางค์สามยอดสักครั้งหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นฝีมือจำหลักหินทรายที่ยอดเยี่ยมหรือลวดลายปูนปั้นได้ราวกับมีชีวิตและวิญญาณ ทั้งทัศนียภาพขององค์พระปรางค์สามยอดที่ตัดกับท้องนภาสีฟ้า และพื้นหญ้าสีเขียวกับความวุ่นวายของเหล่าลิงน้อยใหญ่ที่วนเวียนคอยหาอาหารจากนักท่องเที่ยว เชื่อแน่นอนว่าจะต้องรู้สึกประทับใจไม่แพ้ที่อื่นแน่นอนค่ะ




อ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2542). ลพบุรี ธานีแห่งอารยธรรม. กรุงเทพฯ:กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ

บริษัท ไทยทัวร์ อินโฟ จำกัด. พระปรางค์สามยอด(ออนไลน์). สืบค้นจาก: http://place.thai-tour.com/lopburi/mueanglopburi/1666  . (วันที่ค้นข้อมูล 18 กันยายน 58)

ไปด้วยกันดอทคอม. พระปรางค์สามยอด(ออนไลน์). สืบค้นจาก : http://www.paiduaykan.com/province/central/lopburi/prangsamyod.html . (วันที่ค้นข้อมูล 29 พฤศจิกายน  58)

อ่านเพิ่มเติม »