Showing posts with label สถาปัตยกรรมอยุธยา. Show all posts
Showing posts with label สถาปัตยกรรมอยุธยา. Show all posts

วัดบางกุ้ง จังหวัดสมุทรสงคราม

โดย ธรณินทร์ จารุรัตนานนท์

วัดบางกุ้งเป็นวัดที่มีความสำคัญในจังหวัดสมุทรสงคราม มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนานตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย ภายในวัดมีสิ่งก่อสร้างที่เป็นเอกลักษณ์ซึ่งเกิดจากฝีมือมนุษย์และธรรมชาติผสมผสานกันอย่างลงตัวจนเป็นที่โดดเด่นและมีชื่อเสียงของจังหวัด นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวสถานที่รอบข้างต่างก็มาแวะไหว้พระที่วัดนี้ทั้งสิ้น เพราะนอกจากสิ่งก่อสร้างที่เป็นเอกลักษณ์แล้ว ประวัติความศักดิสิทธ์ก็มีมากไม่แพ้ชื่อเสียงของวัดเช่นกัน หากได้แวะมาสักการะสักครั้งก็จะเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและครอบครัว

วัดบางกุ้ง เป็นวัดเก่าแก่ตั้งอยู่ติดกับแม่น้ำแม่กลอง ในเขตตำบลบางกุ้ง อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม เป็นวัดที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาและเป็นวัดสำคัญวัดหนึ่งทางประวัติศาสตร์ เนื่องจากในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย  กองทัพพม่ายกเข้ามาตีกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระเจ้าเอกทัศน์มีพระราชดำรัสสั่งให้ตั้งค่ายสร้างกำแพงล้อมวัดบางกุ้ง เรียกว่า “ค่ายบางกุ้ง” หลังจากพม่าตีกรุงศรีอยุธยาแตก ค่ายบางกุ้งก็ตกอยู่ในสภาพค่ายร้าง เมื่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชสถาปนากรุงธนบุรีแล้ว โปรดให้ชาวจีนรวบรวมสมัครพรรคพวกมาตั้งเป็นกองทหารรักษาค่ายเก่าที่บางกุ้ง จึงเรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่า “ค่ายจีนบางกุ้ง” ต่อมาในปี พ.ศ. 2317 สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชยกกองทัพเรือนำทหารไปออกศึกที่บางแก้ว เมืองราชบุรี ในระหว่างการเดินทางได้หยุดกองทัพพักพลเสวยพระกระยาหารที่วัดกลางค่ายบางกุ้ง ภายในวัดบางกุ้งมีสิ่งก่อสร้างที่เป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นมากมาย เช่น


รูปที่ 1 : แสดงโบสถ์ปกโพธิ์
ที่มา : http://www.paiduaykan.com/

โบสถ์ปกโพธิ์ ซึ่งเป็นอุโบสถหลังเดิมที่สร้างตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี มีลักษณะเป็นอาคารทรงไทยก่ออิฐถือปูน หลังคาเครื่องไม้มุงกระเบื้องดินเผา ไม่มีช่อฟ้า ใบระกา หน้าบันประดับปูนปั้นลวดลายพันธุ์พฤกษา ตกแต่งด้วยเครื่องถ้วยทั้ง 2 ด้าน ผนังสกัดด้านหน้ามีประตูทางเข้าตรงกลาง 1 ประตู ผนังด้านหลังทึบ ผนังด้านข้างมีซุ้มหน้าต่างด้านละ 4 ช่อง  ซึ่งตัวโบสถ์ถูกปกคลุมด้วยรากไม้ของพืช 4 ชนิดคือ โพธิ์ ไทร ไกร และกร่าง ช่วยให้โบสถ์คงรูปอยู่ได้ ภายในมีพระพุทธรูปประดิษฐานคือ


รูปที่ 2: หลวงพ่อนิลมณี
ที่มา: http://www.bloggang.com/

หลวงพ่อนิลมณี หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า หลวงพ่อโบสถ์น้อย เป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่สมัยอยุธยาตอนปลาย สลักจากหินทรายแดง ปางมารวิชัย  และมีภาพจิตรกรรมฝาผนังแสดงเรื่องราวของ พระอดีตพุทธเจ้า และภาพพุทธประวัติซึ่งเป็นศิลปะสมัยอยุธยาที่ยังหลงเหลือให้ชมกันอยู่

ด้วยลักษณะที่โดดเด่นของพระอุโบสถที่ถูกต้นไทรปกคลุมถือเป็น 1 ใน Unseen Thailand ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และนอกจากนี้กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนวัดบางกุ้งเป็นโบราณสถานของชาติในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 133 ตอนพิเศษ 50 เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2539 อีกด้วย


รูปที่ 3 : อนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
ที่มา : http://www.laghaim.in.th/

อนุสาวรีย์พระเจ้าตากสินมหาราช ซึ่งสร้างขึ้นอุทิศแด่วีรกรรมของพระเจ้าตากสิน ซึ่งเดิมพระองค์ทรงมาตั้งค่ายสู้รบกับพม่าที่วัดแห่งนี้และได้รับชัยชนะ ซึ่งอาจถือได้ว่าศึกนี้เป็นศึกที่สร้างขวัญและกำลังใจของทหารเป็นอย่างมาก

ศาลนางไม้เจ้าจอม วัดบางกุ้ง ภายในมีรูปสลักของ “องค์หญิงมณฑาทิพย์ (จันทร์เจ้า)”ซึ่งเป็นเป็นพระธิดาของกรมหลวงบวรวังในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าเอกทัศน์ ซึ่งแกะสลักจากไม้โพธิ์ที่มีอายุกว่า 100 ปี เป็นศาลที่มีความศักดิ์สิทธิ์ของชาวบางกุ้ง มีความเชื่อว่า เรื่องทุกข์ร้อนอย่างไรมาบนบานในสิ่งที่ต้องการมักไม่ผิดหวัง


รูปที่ 4 : รูปปั้นทหารต่อสู้
ที่มา: http://www.bloggang.com/

รูปปั้นทหารต่อสู้ เป็นรูปปั้นที่แสดงท่าแม่ไม้มวยไทย ซึ่งเป็นศิลปะการต่อสู้อย่างหนึ่งในสมัยโบราณ โดยรวบรวมไว้ภายในวัด ซึ่งรูปปั้นเหล่านี้ตั้งกระจายโดยรอบวัด ถือเป็นแหล่งเก็บรักษาคลังความรู้เกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมของชาติ ที่ผู้สนใจสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง

นอกจากนี้ยังมีสระน้ำโบราณรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดความกว้างประมาณ 5 เมตร ความยาว 7 เมตร ที่ขอบสระมีกำแพงเตี้ยกั้น และกรุด้วยอิฐถือปูนลักษณะสอบลงไป ตั้งอยู่ทางด้านทิศเหนือของพระอุโบสถอีกด้วย

การเดินทางมาวัดบางกุ้ง สามารถเดินทางมาได้สองวิธี คือ (1) ทางรถยนต์  จากตัวเมืองสมุทรสงคราม ไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 325 (แม่กลอง-อัมพวา) ประมาณ 5 กม. เลยวัดบางกะพ้อม (ยังไม่ถึงตลาดอัมพวา) ให้สังเกตทางแยกซ้ายมือ เลี้ยวซ้ายข้ามสะพานข้ามแม่น้ำแม่กลอง (สะพานสมเด็จพระศรีสุริเยนทร์) ตรงไปถึง ถึงสามแยกเลี้ยวขวา ตรงไปผ่านวัดภุมรินทร์ จนถึงสามแยก (มีวัดบางแคใหญ่อยู่ขวามือ) เลี้ยวขวา ตรงไปผ่านวัดบางแคน้อย วัดปากน้ำ ข้ามสะพานคลองแควอ้อมสังเกต ค่ายบางกุ้งอยู่ซ้ายมือ จะเห็นแนวกำแพงของค่าย และ (2) รถประจำทาง จากตัวเมืองสมุทรสงครามนั่งรถโดยสองแถวสายแม่กลอง-วัดปราโมทย์ คิวรถอยู่บริเวณธนาคารนครหลวงไทย สาขาสมุทรสงคราม รถจะวิ่งผ่านค่าย

วัดบางกุ้งเป็นวัดที่มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนานและมีเอกลักษณ์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว อาทิ  โบสถ์ปกโพธิ์ หลวงพ่อโบสถ์น้อย ซึ่งเป็นสิ่งล้ำค้าที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษ เราสามารถเรียนรู้และตระหนักถึงความสำคัญในสมบัติของชาติ  ซึ่งในการท่องเที่ยวควรปฏิบัติตามข้อบังคับและท่องเที่ยวตามหลักการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ อันจะเป็นการอนุรักษ์ และทำให้มีความรู้ที่จะเผยแพร่ต่อบุคคลที่มีความสนใจ และเชิญชวนให้มาเที่ยววัดบางกุ้งได้





อ้างอิง

ปริศนารอยยิ้ม กับ พระอุโบสถถูกต้นไทรโอบกอด วัดบางกุ้ง อัมพวา. (ม.ป.ป.). เข้าถึงได้จาก: http://www.thairath.co.th/content/486739 (วันที่ค้าข้อมูล: 2 ธันวาคม 2558).

วัดบางกุ้ง. (ม.ป.ป.). เข้าถึงได้จาก: http://www.painaidii.com/business/135787/wat-bangkung-75120/lang/th/ (วันที่ค้าข้อมูล: 2 ธันวาคม 2558).

วัดบางกุ้ง. (ม.ป.ป.). เข้าถึงได้จาก: https://th.wikipedia.org/ (วันที่ค้าข้อมูล: 2 ธันวาคม 2558).

อ่านเพิ่มเติม »

พระนารายณ์ราชนิเวศน์ จังหวัดลพบุรี

โดย ปิยะกมล มหิวรรณ

ในบรรดาพระราชวังโบราณที่สวยงามและยิ่งใหญ่ของไทย หากไม่นึกถึงพระนารายณ์ราชนิเวศน์ หรือวังนารายณ์ก็คงไม่ได้ เพราะได้ชื่อว่าเป็นแวร์ซายแห่งลพบุรี ที่โดดเด่นด้วยศิลปกรรมไทยสองสมัย นับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่ไม่ควรพลาดอีกแห่งหนึ่งเมื่อมีโอกาสได้ไปเที่ยวที่จังหวัดลพบุรี

พระราชวังนี้สร้างขึ้น ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ถือเป็นราชธานีแห่งที่สองในรัชสมัยของพระองค์ สำหรับใช้เป็นที่ประทับ เมื่อสมเด็จพระนารายณ์มหาราชเสด็จสวรรคต วังแห่งนี้ก็ถูกทิ้งร้างมายาวนาน จนกระทั่งสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้โปรดเกล้าฯให้บูรณะ พร้อมทรงพระราชทานนามพระราชวังว่า "พระนารายณ์ราชนิเวศน์"

พระนารายณ์ราชนิเวศน์ ตั้งอยู่ในเขตตำบลท่าหิน อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี มีพื้นที่ทั้งหมด 42 ไร่ ด้านหน้าพระราชวังจะหันเข้าหาตัวเมือง ด้านหลังจะติดกับแม่น้ำลพบุรี ปัจจุบันได้จัดพื้นที่บางส่วนภายในวังให้เป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์


ประตูทางเข้าพระราชวัง

สิ่งก่อสร้างสำคัญภายในพระราชวัง จะแบ่งออกเป็น 3 เขต ได้แก่ เขตพระราชฐานชั้นนอก ซึ่งจะเป็นอาคารที่สร้างในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชทั้งหมด เขตพระราชฐานชั้นกลาง ซึ่งมีพระที่นั่งในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช 2 องค์และพระที่นั่งในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว 4 องค์ และเขตพระราชฐานชั้นใน จะมีพระที่นั่งในสมัยสมเด็จพระนารายณ์เพียงพระองค์เดียว ปัจจุบันสิ่งก่อสร้างในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ฯ ส่วนใหญ่จะอยู่ในสภาพที่ไม่สมบูรณ์ โดยในแต่ละเขตพระราชฐานมีสิ่งก่อสร้างที่สำคัญ ดังนี้

ตึกรับรองคณะทูตต่างประเทศ ในเขตพระราชฐานชั้นนอก บันทึกของชาวฝรั่งเศสกล่าวว่า ตึกหลังนี้อยู่กลางอุทยาน ซึ่งแบ่งเป็นช่องสี่เหลี่ยมจัตุรัส รอบตึกมีคูน้ำล้อมรอบ ภายในคูน้ำมีน้ำพุพุ่งเรียงรายได้ ระยะยาว 20แห่ง สมเด็จพระนารายณ์ฯได้ พระราชทานเลี้ยงแก่คณะทูตจากประเทศฝรั่งเศส ณ สถานที่นี้


ตึกเลี้ยงรับรองแขกเมือง

พระที่นั่งจันทรพิศาล ในเขตพระราชฐานชั้นกลาง เป็นหอประชุมองคมนตรีในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ ซึ่งสร้างทับลงไปบนรากฐานเดิมของพระที่นั่งของพระราเมศวร โอรสองค์ใหญ่ของพระเจ้าอู่ทอง ได้ทรงสร้างเมื่อครั้งครองเมืองลพบุรี พระที่นั่งองค์นี้ถือเป็นสถาปัตยกรรมแบบไทยแท้ ภายหลังเมื่อได้สร้างพระที่นั่งสุทธาสวรรย์ขึ้น สมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงย้ายไปประทับที่พระที่นั่งองค์ใหญ่


พระที่นั่งจันทรพิศาล
ที่มา : http://www.taradplaza.com/

หมู่พระที่นั่งพิมานมงกุฏ ในเขตพระราชฐานชั้นกลาง สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประทับของรัชกาลที่ 4 เมื่อครั้งเสด็จบูรณะเมืองลพบุรี ประกอบด้วยพระที่นั่ง 4 องค์ คือ พระที่นั่งพิมานมงกุฎ เป็นที่ประทับ พระที่นั่งวิสุทธิวินิจฉัย เป็นท้องพระโรงเสด็จออกว่าราชการแผ่นดิน พระที่นั่งไชยศาสตรากร เป็นที่เก็บอาวุธ และพระที่นั่งอักษรศาสตราคม เป็นที่ทรงพระอักษร ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสมเด็จพระนารายณ์ มีรูปแบบของความทันสมัยและยังมีสภาพสมบูรณ์


หมู่พระที่นั่งพิมานมงกุฏ
ที่มา : http://2g.pantip.com/cafe/

พระที่นั่งสุทธาสวรรย์ ในเขตพระราชฐานชั้นใน เป็นพระที่นั่งสำคัญที่สุด เนื่องจากเป็นที่ประทับของสมเด็จพระนารายณ์ฯ พระองค์ทรงเสด็จสวรรคต ณ พระที่นั่งองค์นี้ เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2231 ปัจจุบันเหลือร่องรอยความสวยงามให้เห็นเพียงฐานของพระที่นั่งเท่านั้น


พระที่นั่งสุทธาสวรรย์
ที่มา : http://2g.pantip.com/

หมู่ตึกพระประเทียบ ในเขตพระราชฐานชั้นใน เป็นตึกชั้นเดียว 2 หลัง ก่อด้วยอิฐปูน 2 ชั้น มี 8 หลัง สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่พักของข้าราชการฝ่ายในที่ตามเสด็จรัชกาลที่ 4 เมื่อครั้งเสด็จประพาสที่เมืองลพบุรี ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของพิพิธภัณฑ์ ใช้จัดแสดงศิลปวัตถุท้องถิ่นและวิถีชีวิตคนไทยภาคกลาง


หมู่ตึกพระประเทียบ
ที่มา : http://2g.pantip.com/

นอกจากนั้นยังมีตึกอาคารสำคัญๆ อีกมากมายภายในพระนารายณ์ราชนิเวศน์แห่งนี้ที่ไม่สามารถจะนำมากล่าวถึงได้ทั้งหมด รอให้ทุกท่านได้มาเยี่ยมชมศึกษาด้วยตนเองกันนะคะ  สำหรับการเดินทางมายังพระนารายณ์ราชนิเวศน์โดยทางรถยนต์ หากมาจากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) ผ่านจังหวัดสระบุรี อำเภอพระพุทธบาท เข้าสู่จังหวัดลพบุรี ระยะทาง 153 กิโลเมตร หรือจะเลือกเดินทางโดยรถโดยสารและรถไฟก็มีให้บริการทุกวัน พระนารายณ์ราชนิเวศน์  เปิดให้เราเข้าชมทุกวัน ระหว่างเวลา 08.30-17.00 น. ส่วนพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์ เปิดให้เราเข้าชม ตั้งแต่เวลา 8.30-16.30 น. หยุดวันจันทร์-วันอังคารและวันหยุดนักขัตฤกษ์ โดยเสียค่าเข้าชม ชาวไทยคนละ 10 บาทและชาวต่างประเทศ 30 บาท

กล่าวได้ว่าพระนารายณ์ราชนิเวศน์ สถานที่ที่เคยเป็นที่ประทับของกษัตริย์ผู้ทรงอำนาจแห่งอาณาจักรอยุธยา เป็นสิ่งก่อสร้างที่งดงามและยิ่งใหญ่ที่สุดคู่เมืองลพบุรี เป็นมรดกอันล้ำค่าทางประวัติศาสตร์ บอกเล่าถึงเรื่องราวในอดีตได้เป็นอย่างดี ดังนั้นคนรุ่นหลัง ควรที่จะเข้ามาเยี่ยมชมโบราณสถานนี้ด้วยความเคารพและภูมิใจในประวัติศาสตร์ชาติไทย




อ้างอิง

คู่มือท่องเที่ยวลพบุรี. (ม.ป.ป.). (ออนไลน์). สืบค้นจาก : http://thai.tourismthailand.org. [5 กันยายน 2558]

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสมเด็จพระนารายณ์. (ม.ป.ป.).  (ออนไลน์). สืบค้นจาก : http://www.paiduaykan.com/province/central/lopburi/pranaraimuseum.html. [9 กันยายน 2558]

ลพบุรี. (2542). กรุงเทพฯ : สารคดี

วัลลภา รุ่งศิริแสงรัตน์. (2539). ลพบุรี อดีต-ปัจจุบัน. พิมพ์ครั้งที่2. กรุงเทพฯ : ไทยวัฒนาพานิช

อ่านเพิ่มเติม »

วัดท่าการ้อง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

โดย กุศุมา  ชำนาญค้า

หลายท่านคงทราบอยู่แล้วว่าที่จังหวัดอยุธยานั้นมีแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญและเก่าแก่อยู่มาก ทั้งนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศยังนิยมไปท่องเที่ยว วัดที่มีชื่อเสียงเช่น วัดพนัญเชิง วัดพระศรีสรรเพชญ์ วัดใหญ่ชัยมงคล เป็นต้น  แต่เนื่องจากจังหวัดนี้เป็นจังหวัดที่มีวัดเยอะมาก ทราบมาว่าที่อยุธยามีวัดมากกว่า 200 กว่าวัดและเป็นจังหวัดที่มีวัดมากที่สุดในประเทศไทยอีกด้วย วัดท่าการ้อง ก็เป็นวัดอีกแห่งหนึ่งในบรรดาวัดสำคัญๆ ในสมัยอยุธยาที่ข้าพเจ้าจะขอนำเสนอในที่นี้

อ่านเพิ่มเติม »

วัดชุมพลนิกายารามราชวรวิหาร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

โดย อัญชนา มุสิกรัตน์ อยุธยา

หากจะกล่าวถึงวัดในอยุธยา ใครหลายคนคงจะนึกถึงวัดในอุทยานประวัติศาสตร์อยุธยาที่ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก แต่ภายในจังหวัดอยุธยานั้นยังมีวัดที่มีความสวยงามและยังไม่ค่อยมีใครรู้จักมากนักเฉกเช่น วัดชุมพลนิกายาราม

อ่านเพิ่มเติม »

วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร จังหวัดสระบุรี

โดย มาศสุภา บุตรจันทร์

ในสมัยอยุธยาได้มีการสร้างวัดวาอารามไว้มากมาย ซึ่งมีความงดงามแตกต่างกันออกไป ซึ่งพระมหากษัตริย์ของไทยมักจะนิยมสร้างวัดประจำรัชกาลพระองค์ขึ้นเพื่อประกอบพิธีกรรมทางศาสนาบ้างและเป็นสุสานบรรจุอัฐิธาตุของพระองค์เองบ้าง ซึ่งมีศิลปะในแบบที่แตกต่างกันออกไปตามสมัยและความเจริญในช่วงกาลเวลานั้น วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหารเองก็เป็นวัดหนึ่งที่มีความน่าสนใจด้วยศิลปะแบบอยุธยาและความสวยงามของพระอุโบสถ

อ่านเพิ่มเติม »

วัดพระศรีสรรเพชญ์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

โดย มณีรัตน์ วงษ์ลา

เมื่อครั้งสมัยที่กรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีพระมหากษัตริย์ทรงมีพระราชนิยมในการสร้างวัดวาอารามเป็นจำนวนมาก อาทิเช่น วัดพุทไธสวรรย์ วัดมหาธาตุ วัดราชบูรณะ วัดพระราม เป็นต้น พระอารามหลวงเหล่านี้มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ศิลปะและโบราณคดี ซากปรับหักพังที่ปรากฏให้เห็นอยู่ในปัจจุบันเป็นประจักษ์พยาน แสดงให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองของชาติบ้านเมืองในอดีตได้เป็นอย่างดี พระอารามหลวงที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ตลอดสมัยที่กรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ได้แก่ “ วัดพระศรีสรรเพชญ์ ”

อ่านเพิ่มเติม »

วัดราชบูรณะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

โดย รัชพร พรหมทา

แหล่งโบราณสถานทางประวัติศาสตร์ ถือเป็นสถานที่ที่พบร่องรอยทางประวัติศาสตร์มากมาย เป็นสิ่งที่เชื่อมโยงเส้นทางประวัติศาสตร์ในอดีตมาถึงยุคปัจจุบัน ซึ่งแต่ละยุคนั้นมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไป แหล่งโบราณสถานต่างๆ จึงเป็นเสมือนเครื่องสื่อสารของคนในยุคอดีต ที่จะสะท้อนภาพให้คนในยุคปัจจุบันได้เข้าใจและเรียนรู้เกี่ยวกับความเป็นมาในอดีต อย่างเช่น วัดราชบูรณะ ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นต้น

อ่านเพิ่มเติม »

วัดธรรมิกราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา


โดย วริทธิ์นันท์ คงสถิตย์ธรรม

หากจะพูดถึงโบราณสถานในประเทศไทยนั้น ไม่ว่าจะเป็นยุคสมัยใดสิ่งก่อสร้างยังหลงเหลืออยู่มากที่สุดก็คงจะเป็นศาสนสถาน เช่นเดียวกับที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก็มีศาสนสถานที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวพุทธอยู่มากมาย แสดงให้เห็นถึงความรัก ความศรัทรา ความประณีตงดงามในการก่อสร้าง และยังแฝงไปด้วยเรื่องราวต่างๆอีกมากมาย และวัดธรรมิกราชก็เป็นอีกหนึ่งวัดที่ถูกสร้างขึ้นในสมัยอยุธยาอีกเช่นกัน

อ่านเพิ่มเติม »