Showing posts with label อุบลราชธานี. Show all posts
Showing posts with label อุบลราชธานี. Show all posts

วัดพระธาตุหนองบัว จังหวัดอุบลราชธานี

โดย ภัทรพร เหล่าอยู่คง

จังหวัดอุบลราชธานี เป็นจังหวัดที่มีชื่อเสียงในเทศกาลแห่เทียนพรรษา ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่มีความเลื่อมใสและศรัทธาในพระพุทธศาสนาเป็นอย่างมาก จึงทำให้จังหวัดอุบลราชธานีมีพุทธสถานหลายแห่ง และหนึ่งในพุทธสถานที่สำคัญของจังหวัดอุบลราชธานีก็คือ วัดพระธาตุหนองบัว ซึ่งเป็นวัดที่มีประวัติความเป็นมาอย่างยาวนาน และไม่ควรพลาดเมื่อมาเที่ยวที่อุบลราชธานี

วัดพระธาตุหนองบัว หรือวัดหนองบัว เป็นวัดราษฎร์ นิกายธรรมยุต ตั้งอยู่บนถนนธรรมวิถี ในเขตอำเภอเมืองจังหวัดอุบลราชธานี ตามประวัติเล่าว่า นายฟอง สิทธิธรรม ได้มอบที่ดิน 50 ไร่ไว้ เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ.2498 ในการสร้างวัดเพื่อเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม และเป็นที่ระลึกเนื่องในวาระมงคลกึ่งพุทธกาล พุทธศตวรรษ 2500 ก่อสร้างแล้วเสร็จเกือบสมบูรณ์ในปลายปี พ.ศ.2501 เดือนสิงหาคม

ภายในวัดมีสถาปัตยกรรมแนวผสมผสานที่งดงามตามแบบอีสาน คือ พระธาตุเจดีย์ศรีมหาโพธิ์ ซึ่งเป็นเหมือนสัญลักษณ์ที่สำคัญของวัดพระธาตุหนองบัว และนอกเหนือจากเจดีย์ศรีมหาโพธิ์ ภายในวัดยังมีพระวิหารที่น่าสนใจไม่แพ้กัน


ที่มา : http://www.skyscrapercity.com/

พระธาตุเจดีย์ศรีมหาโพธิ์ จำลองแบบมาจากเจดีย์ที่พุทธคยา ประเทศอินเดีย สร้างขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ครบรอบ 25 ศตวรรษของพุทธศาสนาในปี พ.ศ.2500 และเพื่อเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ภายในเจดีย์เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งบรรจุไว้ในพระธาตุเจดีย์ศรีมหาโพธิ์องค์จริง มีลักษณะเป็นองค์สี่เหลี่ยมลงรักปิดทอง ศิลปะอินเดียแบบปาละ สลักลายเป็นเรื่องพระเจ้า 500 ชาติในกรอบสี่เหลี่ยมเรียงเป็นแถวคั่นแถวด้วยลายกลีบบัว ในอดีตพระธาตุเจดีย์ศรีมหาโพธิ์องค์เดิมมีขนาดกว้างด้านละ 5 เมตร สูงประมาณ 17 เมตร ต่อมามีการสร้างเจดีย์ใหม่ครอบเจดีย์องค์เดิม ขนาดฐานสี่เหลี่ยมกว้างด้านละ 17 เมตร สูง 56 เมตร มีขนาดใหญ่กว่าเจดีย์องค์เดิมมาก เสร็จสมบูรณ์ในปี พ.ศ.2512 และรอบพระธาตุเจดีย์องค์จริงยังมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ทั้งสี่ด้าน


ที่มา : http://www.ubon24.com/

ตัวเจดีย์ก่ออิฐถือปูนมีลักษณะเป็นทรงสี่เหลี่ยม ยอดสอบเข้าเล็กน้อย และปลายตัดแล้วต่อยอดด้านบนให้แหลมสูงด้วยเจดีย์ขนาดเล็กสีทอง ฐานตอนล่างสุดของเจดีย์เป็นรูปมารแบก ถัดขึ้นไปเป็นรูปพระสงฆ์สาวกยืนในซุ้มด้านละ 8 องค์ ถัดขึ้นไปเป็นภาพปูนปั้นเล่าเรื่องพระเจ้าสิบชาติ โดยสลักเป็นช่องๆ 1 ช่องต่อ 1 เรื่อง รวม 10 ช่อง เหนือขึ้นไปเป็นลายรัดประคตรูปเทพนั่งบนแท่นสลับกับลายนก และด้านบนประดับลายปูนปั้นเป็นรูปพระพุทธเจ้าในปางต่างๆสูงจนถึงยอดเจดีย์ ส่วนยอดเจดีย์เป็นฉัตร 5 ชั้นลงรักปิดทอง ที่ยอดฉัตรเป็นรูปดอกบัวตูม ทำด้วยทองคำ รอบองค์พระธาตุเป็นกำแพงแก้ว มีประตูทางเข้าทั้ง 4 ด้าน บริเวณมุมกำแพงแก้วทั้ง 4 มุม สร้างเป็นเจดีย์รายทรงเหลี่ยมประดับลายรูปเทพพนมและลายกนก ที่ฐานปั้นเป็นรูปเทวดาประทับนั่งในซุ้ม


ที่มา : http://2g.pantip.com/

วิหาร สร้างเลียนแบบรูปทรงมาจากปรินิพพานวิหาร เมืองกุสินารา รัฐอุตรประเทศ ประเทศอินเดีย ลักษณะสร้างเป็นอาคารตรีมุข คือมีหลังคายื่นออกไปเป็นสามด้าน หลังคารูปร่างโค้งมน มีระเบียงพาไลโดยรอบ ภายในเป็นที่ประดิษฐานพระประธานเป็นพระพุทธไสยาสน์ในซุ้มตรีมุข เพดานโค้งด้านบนเขียนรูปเทวดาดั้นเมฆพนมมือบนพื้นสีแดง ตรงกลางเป็นรูปดาว ส่วนล่างเขียนจิตรกรรมเรื่องพุทธประวัติ เสา พื้น และผนังบุหินแกรนิต สร้างขึ้นเพื่อใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาและประเพณี

การเดินทางมายังวัดพระธาตุหนองบัวโดยรถยนต์ส่วนตัวสามารถขับจากตัวเมืองอุบลราชธานีไปตามถนนชยางกูรทางไปจังหวัดอำนาจเจริญ ประมาณ 3 กิโลเมตร จะมีทางแยกจากถนนชยางกูรให้เลี้ยวซ้ายไปตามถนนธรรมวิถี ประมาณ 500 เมตร จะเห็นวัดอยู่ทางขวามือ ทางวัดเปิดให้เข้าตั้งแต่เวลา 05.00 น. ถึง 19.00 น. เป็นประจำทุกวัน

วัดพระธาตุหนองบัวเป็นวัดสำคัญของจังหวัดอุบลราชธานี มีอายุเก่าแก่ และมีสถาปัตยกรรมแนวผสมผสานตามแบบอีสานที่งดงาม ภายในวัดมีพระธาตุเจดีย์ศรีมหาโพธิ์ที่ซึ่งประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุไว้ให้ได้เข้าไปกราบไหว้สักการะบูชา และเยี่ยมชมความงดงามของพระธาตุเจดีย์ อีกทั้งยังมีวิหารที่มีความสวยงามไม่แพ้กัน ผ่านจังหวัดอุบลราชธานีเมื่อไร ก็อย่าลืมแวะมาชมความงามของวัดพระธาตุหนองบัวได้



อ้างอิง

วัดพระธาตุหนองบัว. สืบค้นเมื่อ 21 กันยายน 2558 , จาก http://www.touronthai.com/วัดพระธาตุหนองบัว-62000014.html

วัดพระธาตุหนองบัว. สืบค้นเมื่อ 21 กันยายน 2558 , จาก                                                                     http://at-bangkok.com/travel_ubonrachtani_watsrinuan.php

วัดพระธาตุหนองบัว. สืบค้นเมื่อ 21 กันยายน 2558 , จาก http://www.southlaostour.com/

อ่านเพิ่มเติม »

วัดทุ่งศรีเมือง จังหวัดอุบลราชธานี

โดย ดุสิตา ภูสิงห์

จังหวัดอุบลราชธานี เป็นเมืองเก่าแก่ทางพุทธศาสนา มีวัดวาอารามมากมาย เมื่อเอ่ยถึงวัดเก่าแก่ประจำจังหวัดและอยู่ใจกลางเมืองนั้น ผู้ที่เคยมาเยือนคงไม่มีใครไม่รู้จัก นั้นก็คือ  “ วัดทุ่งศรีเมือง ” เป็นวัดที่มีสถาปัตยกรรมที่สวยงาม และยังคงหลงเหลือหลักฐานทางพระพุทธศาสนา ที่ถูกเก็บรักษาไว้ด้วยภูมิปัญญาของคนสมัยก่อน ให้ผู้ที่ศรัทธาและเลื่อมใสในศาสนาได้มาเรียนรู้และเที่ยวชม

“ วัดทุ่งศรีเมือง ”  ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของ ศาลหลักเมืองประจำจังหวัดอุบลราชธานี หรืออีกชื่อหนึ่งคือ   “วัดราษฎร์”  และยังใกล้กับสถานที่ราชการหลายแห่ง ซึ่งเป็นวัดที่อยู่ใจกลางเมือง ทำให้พื้นที่ มีเพียง 19 ไร่ 2 งาน 23 ตารางวา ซึ่งไม่ใหญ่มากนัก

สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2356 ตรงกับรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 ในสมัยสมเด็จกรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์ ได้ตกลงกับเจ้าของที่ดินหลายคน ให้ยกที่ดิน (ที่ทำนา) ให้กับทางราชการ และเนื่องจากวัดนี้ตั้งอยู่ปลายทุ่ง ท่ามกลางเมืองอุบลราชธานี  จึงเรียกว่า "ทุ่งศรีเมือง"  เป็นที่จัดงานมหกรรมใหญ่ๆ เช่น งานเฉลิมพระชนมพรรษา  งานรัฐธรรมนูญ

ภายในวัดมีสถาปัตยกรรมและจิตรกรรมที่สำคัญมากมาย เช่น หอไตรกลางน้ำ  พระอุโบสถหรือหอพระพุทธบาท  ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมที่ได้รับประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติทั้ง  2  หลัง นอกจากนี้ยังมี พระเจ้าใหญ่ศรีเมือง ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่สำคัญ และเก่าแก่ของจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

หอไตรกลางน้ำ  

พระอริยวงศาจารย์ฯ ได้สั่งให้ญาคูช่าง สร้างหอแห่งนี้ขึ้น ลักษณะของอาคารเป็นไม้ตั้งอยู่กลางสระน้ำ มีลักษณะผสมผสานกันระหว่างศิลปะของไทย ลาว และพม่า ตัวอาคารเป็นแบบเรือนไทยภาคกลางด้วยลักษณะเรือนยกพื้นสูง ผนังเป็นแป้นฝาไม้แบบเรียบ มีเครื่องสับฝาแบบฝาปะกน ภายในมีตู้เก็บพระธรรมลงรักปิดทอง บริเวณหลังคาเป็นทรงจั่วด้วยศิลปะไทยผสมพม่า คล้ายสถาปัตยกรรมแบบเชียงรุ้ง มีช่อฟ้าใบระกา นาคสะดุ้งและหางหงศ์ ส่วนบนของหลังคาเป็นแบบ 2 ชั้น ส่วนลวดลายแกะสลักบนหน้าบรรณทั้ง 2 ด้านนั้นเป็นศิลปะแบบลาว บริเวณปะกนด้านล่างมีลวดลายแกะสลักเป็นรูปสัตว์ประจำราศีต่างๆรวมถึงทวยไม้ค้ำยันชายคาซึ่งสลักเป็นรูปเทพพนมที่บริเวณด้านหน้าประตู 2 ตัว นอกนั้นเป็นรูปพญานาคโดยรอบ มีจุดประสงค์เพื่อใช้เป็นที่เก็บรักษาพระไตรปิฎก คือ คัมภีร์ทางพระพุทธศาสนา และปรัชญาพื้นบ้าน รวมถึงตำราต่าง ๆ มากมาย ส่วนมากเป็นหนังสือใบลานจารึกด้วยอักษรธรรมและสมุดข่อย ไม่ให้ทำลายพระไตรปิกฎให้เสียหาย



พระอุโบสถ หรือ หอพระพุทธบาท

สร้างโดยเจ้าคุณพระอริยาวงศาจารย์ญาณวิมล อุบลสังฆปาโมกข์ (สุ้ย หลักคำ) จึงให้ครูช่างชาวเวียงจันทน์ ดำเนินการก่อสร้าง หอพระพุทธบาท ซึ่งลักษณะของหอนี้ เป็นสถาปัตยกรรมผสมผสาน ระหว่างอีสานพื้นบ้านกับเมืองหลวง คือโครงสร้างช่วงล่าง เช่น ฐานเอวขัน บันไดจระเข้ เฉลียงด้านหน้าคงเอกลักษณ์ของสิมอีสานไว้ แต่โครงสร้างช่วงบนเป็นหลังคาทรงจั่วมีชั้นลด 2 ชั้น รวยลำยองมีช่อฟ้า ใบระกา นาคสะดุ้ง หางหงส์ ทวยและซุ้มประตูหน้าต่างแบบเมืองหลวง ส่วนลวดลายหน้าบันสาหร่ายรวงผึ้ง มีลักษณะเป็นแบบอีสานผสมกับเมืองหลวงเหมือนสิมวัดแจ้ง มีความกว้าง 6 เมตร ยาว 13 เมตร ต่อมาได้สร้างเป็นเขื่อนกำแพงแก้วหอพระพุทธบาท เป็นสองชั้นรอบๆพระพุทธบาท กำแพงมีขนาด กว้าง 23 เมตร ยาว 32 เมตร ภายในพูนดินให้สูงเหมือนเป็นฐานรองรับหอนี้ โดยได้ขุดเอาดินมาจากสระด้านทิศเหนือ ซึ่งมีขนาดกว้าง 13 เมตร ยาว 24 เมตร ลึก 3 เมตร โดยมีจุดประสงค์เพื่อเป็นที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง จากวัดสระเกศมาให้พุทธบริษัทเมืองอุบลได้กราบไหว้ นอกจากนี้ภายในอุโบสถยังมีจิตรกรรมฝาผนังที่มีคุณค่า โดยเขียนเป็นภาพเทพชุมนุม พุทธประวัติบางตอน  ภาพชาดก  และ ภาพชาวบ้านถิ่นอีสาน ซึ่งแสดงให้เห็นสังคม วิถีชีวิต การละเล่นพิธีกรรม  การแต่งกาย

ที่มา : http://topicstock.pantip.com/

พระเจ้าใหญ่ศรีเมือง 

พระเจ้าใหญ่ศรีเมือง เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่องค์หนึ่งของจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งมีประวัติสร้างขึ้นพร้อมเมืองอุบลราชธานี ในพ.ศ. 2335 สร้างขึ้นในสมัย พระปุทมวรราชสุริยวงศ์ (ท้าวคำผง) โดยพระสงฆ์ที่ติดตามมากับขบวน “พระวอ พระตา” จากเมืองนครเขื่อนขันธ์กาบแก้วบัวบาน (เมืองหนองบัวลุ่มภู) เพื่อเป็นที่บำเพ็ญกุศลของเจ้าเมือง และเหล่าข้าราชบริพาร เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง 2.39 เมตร ในปี พ.ศ.2458  พระครูวจีสุนทร เจ้าคณะอำเภอม่วงสามสิบ และท่านพระครูวิโรจน์รัตนโนบล เป็นเจ้าอาวาสวัดทุ่งศรีเมืองในขณะนั้น ได้นำญาติโยมไปอาราธนา  พระเจ้าใหญ่ศรีเมือง จากวัดเหนือท่า (ซึ่งในตอนนั้นเป็นวัดร้าง) มาเป็นพระประธานที่ วิหารศรีเมือง (ศาลาการเปรียญวัดทุ่งศรีเมือง) และได้ทำการบูรณะซ่อมแซมเศียรพระเจ้าใหญ่ศรีเมืองที่ชำรุดขึ้นใหม่ โดยจำลองให้คล้ายกับ “พระเหลาเทพนิมิต” ที่วัดพระเหลาเทพนิมิต อำเภอพนา จังหวัดอำนาจเจริญ


ที่มา : http://www.dhammathai.org/

สำหรับการเดินทางมาที่วัดแห่งนี้ สามารถเดินทางมาได้ทั้งโดยรถรถยนต์ส่วนตัว และรถประจำทาง โดยวัดแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 95 ถ.หลวง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ทิศตะวันออก สวนสาธารณะทุ่งศรีเมืองหลังโรงเรียนอนุบาลอุบลราชธานี  ส่วนรถประจำทาง มีทั้งรถเมล์ขนาดเล็ก สายสีขาวและสายสีแดง

ถ้าหากคุณมาเยือน จังหวัดอุบลราชธานี อย่าพลาดที่จะแวะ “ วัดทุ่งศรีเมือง ”  ชมความสวยงาม หอไตรกลางน้ำอายุกว่า 200 ปี อันเลื่องลือในด้านสถาปัตยกรรมอันงดงาม ซึ่งได้รับรางวัลอนุรักษ์สถาปัตยกรรมดีเด่นจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามมงกุฎราชกุมารี พร้อมสักการะขอพรพระพุทธบาทจำลองและพระเจ้าใหญ่ศรีเมือง เพื่อเป็นสิริมงคล







อ้างอิง

วัดทุ่งศรีเมือง. สืบค้นเมื่อ 24 กันยายน 2558, จาก http://guideubon.com/news/view.php?t=18&s_id=26&d_id=2

วัดทุ่งศรีเมือง อุบลราชธานี. สืบค้นเมื่อ 24 กันยายน 2558, จาก http://www.dhammathai.org/watthai/northeast/watthoongsrimuang.php

วัดทุ่งศรีเมือง หอไตรกลางน้ำเลื่องลือ แห่งเมืองอุบลฯ. สืบค้นเมื่อ 27 กันยายน 2558, จาก http://www.thetrippacker.com/th/review/WatThungSiMueang/5424

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย . สืบค้นเมื่อ 27 กันยายน 2558, จาก http://thai.tourismthailand.org/home

ยุทธนาวรากร  แสงอร่าม. พื้นถิ่นอีสานในงานจิตรกรรมฝาผนังอุโบสถวัดทุ่งศรีเมือง. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต   ภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ  ศิลปกร, 2551.


อ่านเพิ่มเติม »