Showing posts with label เมืองโบราณ. Show all posts
Showing posts with label เมืองโบราณ. Show all posts

เมืองโบราณโนนเมือง จังหวัดขอนแก่น

โดย อานนท์  ศรีสุวรรณ์

แหล่งโบราณคดีที่ปรากฏร่องรอยหลักฐานการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ในอดีต เป็นแหล่งที่มีความสำคัญต่อการศึกษาวิถีชีวิตและพัฒนาการของมนุษย์แต่ละยุคสมัย ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย มีแหล่งโบราณคดีที่มีร่องรอยของชุมชนโบราณปรากฏอยู่หลายแห่ง จึงนำไปสู่การขุดค้นทางโบราณคดีที่มีประโยชน์ต่อการศึกษาค้นคว้าทางประวัติศาสตร์ เมืองโบราณโนนเมืองก็เป็นหนึ่งในแหล่งโบราณคดีสำคัญเหล่านี้

เมืองโบราณโนนเมือง ตั้งอยู่ที่ บ้านนาโพธิ์ ตำบลชุมแพ อำเภอชุมแพ  จังหวัดขอนแก่น เป็นแหล่งโบราณคดีที่ปรากฏร่องรอยหลักฐานถึงการอาศัยอยู่ของมนุษย์ในยุคสมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย ซึ่งเมืองโบราณแห่งนี้ได้เคยเป็นชุมชนในช่วง 2,500 – 2,000 ปีมาแล้ว มีผู้คนอาศัยอยู่จนกระทั่งถึงวัฒนธรรมสมัยทวารวดี  ช่วงราวพุทธศตวรรษที่ 12 – 16  ประมาณ 1,400 – 1,000 ปีมาแล้ว มีเนื้อที่ทั้งหมด 216 ไร่ พื้นที่ชั้นในค่อนข้างกลม ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 420 เมตร ชั้นนอกรูปทรงค่อนข้างรี กว้างประมาณ  600 เมตรมีคูเมืองล้อมรอบ 2 ชั้น ระยะห่างกันประมาณ 200 เมตร ด้านทิศใต้มีแม่น้ำเชิญไหลผ่าน  พื้นที่รอบนอกตัวเมืองเป็นที่ลุ่มเหมาะแก่การเพาะปลูก  (ภาพที่ 1)


ภาพที่ 1 ภาพถ่ายทางอากาศแสดงขอบเขตพื้นที่เมืองโบราณโนเมือง
ที่มา : http://haab.catholic.or.th/

จากการสำรวจของกรมศิลปากรโดยหน่วยงานศิลปากรที่ 7 ขอนแก่น (ปัจจุบันคือ สำนักงานโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่ 7 ขอนแก่น)ได้ดำเนินการขุดข้น ในปี 2525 จำนวน 7 หลุมพบโครงกระดูกจำนวน 11 โครง และในปี 2534 -2535 ได้รับงบประมาณการศึกษาและพัฒนาแหล่งเรียนรู้จากโครงการน้ำพระทัยจากในหลวง (โครงการอีสานเขียว) จึงได้ขุดค้นเพิ่มเติมอีก 6 หลุมพบโครงกระดูจำนวน 17 โครง โดยจัดแสดงเป็นพิพิธภัณฑสถานกลางแจ้งให้ผู้ที่สนใจได้ชมและศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับเมืองนี้ได้อย่างใกล้ชิด  มีการขุดค้นพบโครงกระดูกมนุษย์ที่ความลึกจากพื้นดินประมาณ 270 เซนติเมตร  มีอายุราว 2,500 ปี  ที่มีการฝังตามแบบประเพณีโบราณ  มีธรรมเนียมการฝังสิ่งของ เครื่องมือ เครื่องใช้ เช่น หม้อ  ภาชนะดินเผาที่มีทั้งดินเผาเขียนสีและลายขูดขีด (ลายเชือกทาบ) กำไลสำริด กำไลกระดูกสัตว์  เช่น  กระดูกหมู  กระดูกควาย  เขากวาง เปลือกหอย และกระดองเต่าใกล้กับโครงกระดูก เพื่ออุทิศให้กับผู้ตายตามคติความเชื่อในยุคสมัยนั้น (ภาพที่ 2)



ภาพที่ 2  โครงกระดูกมนุษย์ อายุราว 2,500 ปี พร้อมกับสิ่งของ ภาชนะดินเผา
ที่มา: http://www.holidaythai.com/

ยังพบเครื่องมือเหล็กประเภท จอบ เคียว และกระดูกของสัตว์ต่างๆ เช่น เก้ง กวาง และปลาหลายชนิด ทำให้สันนิษฐานได้ว่าในอดีต ชุมชนแห่งนี้ ดำรงชีพด้วยการทำการเกษตร นอกจากนี้แล้วยังพบใบเสมาหินทรายศิลปะสมัยทวารวดี ที่ถูกปักไว้เพื่อกำหนดให้เป็นพื้นที่ในการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาในสมัยนั้น พื้นที่แห่งนี้ได้มีผู้คนอาศัยอยู่เรื่อยมาจนถึงสมัยพุทธศตวรรษที่ 16 – 17 จึงได้ถูกทิ้งร้างไปในที่สุด


ภาพที่ 3  ใบเสมาหินทราย
ที่มา :   http://info.dla.go.th/

หลักฐานทางโบราณคดีที่สำคัญและสิ่งของที่ขุดค้นพบและมีความสมบรูณ์ได้ถูกนำไปจัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ไม่ได้มีการจัดแสดงอยู่ที่เมืองโบราณแห่งนี้

ท่านที่สนใจอยากเดินทางมาเที่ยวชมเมืองโบราณแห่งนี้ สามารถเดินทางโดยใช้เส้นทาง ขอนแก่น  –    ชุมแพ (ทางหลวงหมายเลข 12) ระยะทางจากตัวเมืองขอนแก่นประมาณ 80 กิโลเมตร ผ่านตัวอำเภอชุมแพ ถึงที่ทำการไปรษณีย์เลี้ยวซ้ายเข้าไปอีก 5 กิโลเมตร ก็จะถึงพิพิธภัณฑ์เมืองโบราณโนนเมือง

ปัจจุบันเมืองโบราณโนนเมืองได้ถูกจัดตั้งให้เป็นพิพิธภัณฑ์เปิดเพื่อให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาศึกษาถึงร่องรอยโบราณคดีหลักฐานทางประวัติศาสตร์  โดยไม่เสียค่าเข้าชม โดยมีอาคารศูนย์ข้อมูลที่รวบรวมและจัดแสดงประวัติความเป็นมาของเมืองโบราณโนนเมือง รวมทั้งมีอาคารจัดแสดงหลุมขุดค้น 5 หลุม สำหรับผู้ที่สนใจศึกษาเรื่องราวในอดีตของจังหวัดขอนแก่น รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน


ภาพที่ 4 อาคารจัดแสดงหลุมขุดค้น




อ้างอิง

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย , เมืองโบราณโนนเมือง. Retrieved 25 กันยายน 2558, from http://thai.tourismthailand.org/

สุวรรณภูมิ สังคมวัฒนธรรม  , เมืองโบราณโนนเมือง. Retrieved 25 กันยายน 2558, from http://haab.catholic.or.th/web/index.php?option=com_content&view=article&id=1661:2013-05-16-03-36-47&catid=128:2012-07-27-08-28-55&Itemid=66

ไทยทัวร์ อินโฟ , เมืองโบราณโนนเมือง ขอนแก่น . Retrieved 25 กันยายน 2558, from http://thai.tourismthailand.org/

อ่านเพิ่มเติม »

อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์

โดย เจนจิรา ยอดชัยภูมิ

แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมโบราณสถานและประวัติศาสตร์ในประเทศไทยมีหลากหลายแห่งที่น่าสนใจ สำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์หรือเรื่องราวในอดีต ซึ่งแหล่งท่องเที่ยวแห่งหนึ่งที่ผู้เขียนต้องการแนะนำในครั้งนี้ คือ  อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์

อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ เป็นแหล่งโบราณสถานสำคัญที่น่าสนใจที่จะศึกษาหาความรู้มากที่สุดแห่งอีกหนึ่งในจังหวัดเพชรบูรณ์ อุทยานแห่งนี้มีพื้นที่ครอบคลุมโบราณสถานในเมืองเก่าศรีเทพ ซึ่งเป็นเมืองโบราณที่อยู่ในท้องที่อำเภอศรีเทพ เดิมมีชื่อว่า "เมืองอภัยสาลี" ถูกค้นพบเมื่อสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพเสด็จไปตรวจราชการมณฑลเพชรบูรณ์ และได้ทรงเรียกเมืองนี้เสียใหม่ว่า "เมืองศรีเทพ" เมื่อปี พ.ศ. 2447-2448


ภาพถ่ายทางอากาศที่แสดงถึงเมืองโบราณศรีเทพ

เมืองโบราณศรีเทพนี้มีลักษณะเป็นเมืองซ้อนเมืองขนาดใหญ่ ที่ตั้งของเมืองอยู่ในชุมทาง ที่สามารถติดต่อกับภาคอื่น ๆ ได้สะดวก ดังนั้นจึงได้รับอิทธิพลทางศิลปวัฒนธรรมจากอาณาจักรข้างเคียง มาผสมผสาน เช่น ศิลปะทวารวดี ศิลปะขอม เป็นต้น เมืองศรีเทพสร้างขึ้นในยุคของขอมเรืองอำนาจ ซึ่งคาดว่ามีอายุไม่ต่ำกว่า 1,000 ปี โดยดูจากหลักฐานทางสถาปัตยกรรม ศิลปกรรม และวัฒนธรรมที่ตกทอดมาถึงปัจจุบันซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและมีความเจริญสูงสุดทางด้านสถาปัตยกรรมและศิลปกรรม สันนิษฐานว่าเจริญอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 11 ถึงพุทธศตวรรษที่ 16

อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพอยู่ห่างจากตัวเมืองเพชรบูรณ์ประมาณ 107 กิโลเมตร ห่างจากอำเภอวิเชียรบุรีประมาณ 25 กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณสองพันไร่เศษ มีกำแพงเมืองที่ก่อด้วยดินล้อมรอบ  และมีคูเมืองนอกกำแพง มีประตูเมืองทั้งสี่ทิศ ภายในเมืองมีปรางค์สมัยลพบุรีอยู่สององค์ เรียกว่า ปรางค์องค์พี่และปรางค์องค์น้อง ทางทิศเหนือนอกกำแพงเมืองออกไปมีสระน้ำสองแห่ง ชื่อสระแก้วและสระขวัญ  ในสมัยก่อนเมืองศรีเทพต้องส่งส่วยน้ำจากสระทั้งสองนี้ เพื่อนำไปใช้ทำน้ำพิพัฒยสัตยา เพราะถือว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์

โบราณสถานและสถานที่สำคัญที่ค้นพบในอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพได้แก่

ปรางค์ศรีเทพ 

เป็นสถาปัตยกรรมแบบศิลปะเขมรหันหน้าไปทางทิศตะวันตก ลักษณะของปรางค์สร้างด้วยอิฐและศิลาแลง ฐานล่างก่อด้วยศิลาแลงเป็นฐานลูกบัวฟัก เรืองธาตุก่อด้วยอิฐ ในการขุดค้นบริเวณนี้พบชิ้นส่วนทับหลังรูปลายสลักราวพุทธศตวรรษที่ 16-17


ปรางค์ศรีเทพ

สระแก้วสระขวัญ

สระแก้วจะอยู่นอกเมืองไปทิศเหนือ ส่วนสระขวัญจะอยู่ในบริเวณเมืองส่วนนอก สระน้ำทั้งสองสระนี้มีน้ำขังตลอดปี และเชื่อกันว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ มีการนำน้ำทั้งสองสระนี้ไปทำน้ำพิพัฒน์สัตยา ตั้งแต่สมัยโบราณมาจนถึงปัจจุบัน


บ่อน้ำโบราณ

โบราณสถานเขาคลังใน 

ตั้งอยู่เกือบกึ่งกลางเมือง สร้างประมาณพุทธศตรวรรษที่ 11-12 ผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ผังเมืองและศิลปะการก่อสร้างคล้ายกับเมืองทวารวดีอื่นๆ เช่น คูเมืองที่จังหวัดราชบุรี เมืองโบราณบ้านคูบัว มีการใช้ศิลาแลงในการก่อสร้างที่ฐานมีรูปปูนปั้นบุคคลและสัตว์ประดับอยู่ เป็นศิลปะสมัยทวารวดี เชื่อกันว่าเป็นที่เก็บอาวุธและทรัพย์สมบัติ


โบราณสถานเขาคลังใน

ปรางค์สองพี่น้อง 

ลักษณะเป็นปรางค์ 2 องค์ ตั้งอยู่บนฐานศิลาแลงขนาดใหญ่ หันหน้าไปทางทิศตะวันตก มีประตูทางเข้าทางเดียวจากการขุดแต่งทางโบราณคดีพบทับหลังที่มีจำหลักเป็นรูปพระอิศวรอุ้มนางปารพตีประทับนั่งอยู่เหนือโคอศุภราช ซึ่งลักษณะของทับหลังและเสาประดับกรอบประตูเป็นสิ่งกำหนดอายุของปรางค์ เป็นศิลปะขอมแบบบาปวน และได้มีการสร้างปรางค์องค์เล็กเพิ่ม โดยพบร่องรอยการสร้างทับกำแพงแก้วที่ล้อมรอบปรางค์องค์ใหญ่ซึ่งอยู่ใต้ปรางค์องค์เล็ก นอกจากนี้ระหว่างองค์ปรางค์ทั้งสองแห่งคือปรางค์สองพี่น้อง และปรางค์ศรีเทพจะมีกำแพงล้อมรอบ และมีอาคารปะรำพิธีขนาดเล็กกระจัดกระจายอยู่ทั่วไป แสดงให้เห็นถึงลักษณะการวางผัง ในรูปของศาสนสถานศิลปะเขมรแบบเดียวกับที่พบในภาคอีสานของประเทศไทย และยังมีอาคารหลุมขุดค้นทางโบราณคดีที่จัดแสดงโครงกระดูกมนุษย์และโครงกระดูกช้างที่ได้ขุดค้นทางโบราณคดีเมื่อปี พ.ศ.2531


ปรางค์สองพี่น้อง


ทับหลังรูปลายสลักราวพุทธศตวรรษที่ 16-17

นอกจากโบราณสถานหลักภายในเมืองแล้วยังมีโบราณสถานขนาดเล็กกระจัดกระจายอยู่ทั่วไป   นอกเมืองออกไปยังมีโบราณสถานที่สำคัญอีกหลายแห่ง เช่น ทางทิศเหนือห่างไปราว 2-3 กิโลเมตร มีโบราณสถานเขาคลังนอก ซึ่งเป็นเนินโบราณสถานขนาดใหญ่ใกล้เคียงกับโบราณสถานเขาคลังใน แต่ยังไม่ได้ทำการขุดแต่งและพัฒนา โบราณสถานปรางค์ฤาษีซึ่งเป็นปราสาทในแบบศิลป์เขมร ส่วนทางด้านทิศตะวัน ตกของเมืองห่างไปราว 20 กิโลเมตร พบแหล่งโบราณสถานเขาถมอรัตน์ ซึ่งพบภาพสลักบนผนังถ้ำเป็นรูปพระโพธิสัตว์และพุทธรูปในแบบศิลปะทราวดีอีกด้วย

เมืองศรีเทพอยู่ห่างจากตัวเมืองเพชรบูรณ์ประมาณ 130 กิโลเมตร การเดินทางค่อนข้างสะดวก โดยใช้เส้นทางตามทางหลวงหมายเลข 21 (เฉลิมพระเกียรติ-หล่มสัก) ถึงหลักกิโลเมตรที่ 102 แล้วแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 2211 ไปอีกประมาณ 9 กิโลเมตรจะเห็นป้ายบอกทางเข้าอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพอยู่ด้านขวามือ

อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพแหล่งนี้เป็นแหล่งขุนทรัพย์ความรู้ทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่งในประเทศไทยที่มีประวัติความเป็นมาและโบราณสถานที่สำคัญที่ยังหลงเหลือให้คนในปัจจุบันได้ศึกษาหาความรู้ เป็นสถานที่ที่น่าสนใจแห่งหนึ่งที่อยากแนะนำให้มาเที่ยวค่ะ




อ้างอิง

อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ.สืบค้นเมื่อ 25 กันยายน 2558,จาก https://th.wikipedia.org/

อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ.สืบค้นเมื่อ 25 กันยายน 2558,จาก http://thai.tourismthailand.org/

อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ.สืบค้นเมื่อ 25 กันยายน 2558,จาก http://www.bloggang.com/





อ่านเพิ่มเติม »