Showing posts with label สิม. Show all posts
Showing posts with label สิม. Show all posts

วัดสระทองบ้านบัว จังหวัดขอนแก่น

โดย อุทุมพร ทัดบุตร

“มัญจาคีรีนามเมืองเก่า    บึงกุดเค้าคู่เมืองบ้าน
นมัสการหลวงปู่ผาง       ตลาดกลางที่นอนหมอน
แสนออนซอนดอนเต่า     งามลำเนาเขาภูเม็ง
เล็งชมกล้วยไม้ป่าบาน     โบราณสถานโนนศิลาเลข
สิมชั้นเอกวัดสระทอง    น้ำตกลือก้องห้วยเขผ้าไหมสุดเก๋หนองหญ้าปล้อง”

จากข้อความข้างต้นนั้นเป็นคำขวัญของอำเภอมัญจาคีรี จ.ขอนแก่น ซึ่งได้แสดงถึงสิ่งที่โดดเด่นของท้องถิ่น มัญจาคีรีเป็นเมืองเก่าที่มีประวัติศาสตร์และแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญมากมาย หนึ่งนั้นที่ชาวมัญจาคีรีมีความภาคภูมิใจ คือ “สิมวัดสระทองบ้านบัว”

 วัดสระทองบ้านบัว ตั้งอยู่ที่บ้านบัว ต.กุดเค้า อ.มัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น วัดมีเนื้อที่     7 ไร่ 50 ตารางวา ภายในบริเวณวัดประกอบด้วยอุโบสถหลังเก่า กว้าง 4 เมตร ยาว 8 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2456 และ อุโบสถหลังใหม่ กว้าง 5 เมตร ยาว 25 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2515

ประวัติความเป็นมาของวัดสระทองบ้านบัวเริ่มจาก พ.ศ. 2374 มีการเกิดโรคระบาด ชาวบ้านได้อพยพลูกหลานจากบ้านโนนเค้า (ปัจจุบันคือวัดป่ามัญจาคีรี) หนีโรคระบาดและการขาดแคลนน้ำบริโภค มาตั้งถิ่นฐานอยู่ริมสระบัว ซึ่งมีดอกบัวขึ้นเต็มหนองสวยงามมาก จึงได้ตั้งชื่อว่าบ้านบัว ชาวบ้านได้สร้างสิมขึ้น นับว่าเป็นสิมแห่งแรกของดินแดนแถบนี้ การอพยพครั้งนั้น ได้อันเชิญพระพุทธรูปหินทรายแดงมาด้วยเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับชาวบ้าน


ที่มา: http://www.tamdoo.com/

สิ่งก่อสร้างเก่าแก่และสำคัญภายในสระทองประกอบได้แก่  “สิม” หรือ “โบสถ์” ที่เป็นโบราณสถานที่สำคัญ  และภายในสิมมีพระพุทธรูปประธาน ศิลาทรายอันเก่าแก่ประดิษฐานอยู่ด้วย ดังจะกล่าวในรายละเอียดดังนี้

“สิม” เป็นคำเรียกโบสถ์หลังเล็กๆ แบบโบราณ สิมวัดสระทองบ้านบัวหลังนี้มีคุณค่าในทางเอกลักษณ์ช่างไท-อีสานพื้นบ้านได้อย่างเต็มเปี่ยม ให้ความรู้สึกแห่งความจริงใจและตั้งใจทำตามสติปัญญาความรู้ที่มี จึงบ่งบอกออกมาจากความบริสุทธิ์ซื่อซึ่งถือว่ามีคุณค่าในทางศิลปะ ลักษณะฝีมือดูเรียบง่ายใช้สีเพียง 2 – 3 สี ในการระบาย ลวดลายที่อยู่ภายนอก ตกแต่งด้วยงานปูนปั้นนูนต่ำ รูปคนขี่ช้าง รูปฉัตร 3 ชั้น เทวดา ดอกไม้รูปช้างมีสัปคับและคนขี่ช้าง


ที่มา: http://www.finearts.go.th/

สิมวัดสระทองบ้านบัวเป็นสิมทึบก่ออิฐถือปูนยาว 3 ห้อง ยาว 7.50 เมตร กว้าง 5 เมตร  ประตูเข้าด้านเดียว เจาะซุ้มหน้าต่างด้านข้าง มีซุ้มหลอกด้านผนังข้างพระประธาน  ปั้นปูนเป็นเสาเหลี่ยมย่อมุมยอดกลีบบัวมีดอก 4กลีบ ประดับกระจกเงาวงกลมเป็นแนวไปตลอด ซุ้มประตูก็ทำอย่างเดียวกัน แต่มีเพิ่มไม้แกะสลักส่วนวงกรอบบนโครงหลังคาเป็นไม้เนื้อแข็งทั้งหมด  มีการแกะลวดลายลงบนขื่อ ผนังภายในสิมโล่งไม่ทำลวดลายหรือแต้มรูปแต่อย่างใด  หลังคาทรงจั่วชั้นเดียวมุงกระเบื้องซีเมนต์หางว่าว มีปีกนกยื่นคลุมตลอด เชิงชายฉลุไม้เป็นลายฟันปลาโดยรอบ

สิมวัดสระทองบ้านบัว นับได้ว่าเป็นอาคารทรงคุณค่าทางสถาปัตยกรรมที่แสดงลักษณะที่เด่นชัดของพื้นที่ภาคอีสาน โดยใน ปี 2545 ได้รับรางวัลอาคารทรงคุณค่าด้านการอนุรักษ์มรดกและวัฒนธรรมแห่งเอเชียแปซิฟิก (Award of Merit) จากองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติหรือที่เราเรียกกันว่า ยูเนสโก้  (UNESCO)    

ส่วนพระประธานภายในสิมวัดสระทองบ้านบัว เป็นพระพุทธรูปประธานศิลาทรายรูปแบบอีสานประดิษฐานอยู่ภายในสิม เล่ากันว่าก่อนที่จะมีการตั้งถิ่นฐานที่ชุมชนบ้านบัว ชาวบ้านได้มีการอันเชิญพระพุทธรูปหินทรายแดงมาด้วยเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับชาวบ้าน ที่มีชื่อว่า “พระมงคลพุทธศิลาทอง” หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “หลวงพ่อศิลาทอง” ซึ่งเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวบ้านตลอดมา


ที่มา: http://khonkaen.nfe.go.th/

โดยการเดินทางไปยังวัดสระทอง เริ่มจากตัวเมืองขอนแก่นขับรถไปตามทางหลวงหมายเลข 12 (ขอนแก่น-ชุมแพ) ประมาณ 14 กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวซ้ายสู่ถนนหมายเลข 2062 (บ้านทุ่ม-มัญจาคีรี) เมื่อถึง อ.มัญจาคีรี ใช้เส้นทางหมายเลข 229  (มัญจาคีรี-ชัยภูมิ) ตรงไปจะถึงโรงพยาบาลมัญจาคีรี จากนั้นเลี้ยวขวาสู่ถนน ขก.3010 ข้างโรงพยาบาล แล้วตรงไปจนถึงบ้านบัว ทางเข้าวัดจะอยู่ทางซ้ายมือ รวมระยะทางจากตัวเมืองราว 60 กิโลเมตร

วัดสระทอง ถือได้ว่าเป็นศูนย์รวมจิตใจชาวบ้านบัว นอกจากนั้น วัดสระทองยังถือได้ว่าเป็นวัดที่มีความสำคัญยิ่งทางพุทธศาสนา บรรพบุรุษของชาวบ้านบัว ได้ร่วมแรงร่วมใจในการพัฒนาและทำนุบำรุงวัดแห่งนี้ด้วยความรัก ความศรัทธา และคนรุ่นหลังควรที่จะสืบทอดเจตนารมณ์ของบรรพบุรุษด้วยการช่วยกันดูแลรักษาวัดสระทองให้คงอยู่และเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวบ้านสืบไป




อ้างอิง

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย. (ม.ป.ป). เข้าถึงได้จาก:http://thai.tourismthailand.org (วันที่ค้นข้อมูล:26 กันยายน 2558)

ท่องเที่ยวสะดุดตา. (ม.ป.ป). เข้าถึงได้จาก:http://www.sadoodta.com/info (วันที่ค้นข้อมูล:26 กันยายน 2558)

อีสานแหล่งเรียนรู้อู่อารยธรรม. (ม.ป.ป). เข้าถึงได้จาก: http://i-san.tourismthailand.org (วันที่ค้นข้อมูล:26 กันยายน 2558)

อ่านเพิ่มเติม »